การให้ อาหารสายยาง หน้าท้อง วิธีปฏิบัติ
เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมไปยังเตียงผู้สูงอายุ

แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบก่อนการให้อาหารทางสายยาง
จัดท่าให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าศีรษะสูงอย่างน้อย 45-60 องศา หรืออยู่ในท่านั่ง ก่อนการให้อาหารทางสายยางควรดูดเสมหะผู้สูงอายุก่อนเสมอในกรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัว หรือมีเสมหะจำนวนมาก
ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
ตรวจดูชนิด ปริมาณของอาหาร ให้ตรงตามแผนการดูแลก่อนเสมอ
ตรวจสอบดูว่าผู้สูงอายุสามารถย่อยอาหารในมื้อก่อนหน้านั้นได้หมดหรือไม่

– ถ้าไม่มีอาหารหรือน้ำย่อย (Content) เหลือไม่เกิน 50 ซีซี ให้ดันอาหารกลับเข้าไปอย่างช้าๆ แล้วสามารถให้อาหารทางสายยางในมื้อนั้นได้

– ถ้ามีอาหารหรือน้ำย่อย (Content) เหลือเกิน 50 ซีซี ให้ดันอาหารกลับเข้าอย่างช้าๆ ให้เลื่อนอาหารในมื้อนั้นออกไป 30-60 นาที แล้วค่อยกลับมาตรวจสอบดูอาหารอีกครั้ง หากยังพบมีอาหารเหลือค้างพิจารณางดอาหารมื้อนั้น

เมื่อทดสอบแล้วสามารถให้อาหารทางสายยางในมื้อนั้นได้ ปฏิบัติดังนี้

1. ถอดแกนใน (Plunger) ออกจากตัว syringe แล้วต่อ syringe เข้ากับยางให้อาหารขณะเดียวกันยังคงพับสายยางให้อาหารอยู่ เพื่อป้องกันอากาศเข้าสู่กระเพาะให้อาหาร

2. ใช้มือข้างที่ถนัดจับ syringe โดยจับบริเวณช่วงต่อของจุกสายยางให้อาหารกับข้อต่อของ syringe เพื่อป้องกันสายให้อาหารและ syringe หลุดจากกัน

3. หันส่วนของขีดปริมาณบน syringe ให้ผู้ที่ให้อาหารสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

4.นำอาหารปั่นผสมที่เตรียมไว้เทลงไปใน syringe ครั้งละประมาณ 50 ซีซี ในแต่ละครั้งจนกว่าอาหารปั่นผสมจะหมด

5.ขณะที่ให้อาหารปั่นผสมนั้นให้ผู้ที่ให้อาหารยก syringe สูงกว่าระดับศีรษะประมาณ 1 ฟุต

6. การให้ค่อยๆ ปล่อยให้อาหารไหลลง เมื่ออาหารปั่นผสมใกล้หมด syringe ให้เติมอาหารปั่นผสมลงไปโดยปฏิบัติด้วยวิธีการเช่นเดิมจนกว่าอาหารปั่นผสมจะหมดเหยือกที่เตรียมไว้

7.ให้ยาหลังอาหารที่เตรียมไว้ (ถ้ามี) ลงไปแล้วเติมน้ำตาม 50 – 100 ซีซี เพื่อล้างอาหารและยา

8. ปล่อยให้น้ำที่เติมลงไปไหลลงจนสุดสาย โดยไม่ให้มีน้ำหรืออาหารเหลือคาสาย เนื่องจากจะทำให้เกิดการบูดเน่าได้

9.พับสายยางให้อาหารไว้ ปลด Syring ออกแล้วปิดจุกสายยางให้อาหาร

10. เก็บอุปกรณ์ในการให้อาหารทางสายยางทำความสะอาดแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย

11.ล้างมือให้สะอาด

12.ให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าเดิม (ท่ายกศีรษะสูง) ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถเปลี่ยนท่าผู้สูงอายุได้เพื่อป้องกันการสำลักหรืออาเจียน

Categories: news